กลองชุด กับ กลองไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร

กลองชุด กับ กลองไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร
กลองชุด กับ กลองไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร
กลองชุด กับ กลองไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร

กลองชุด กับ กลองไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร เชื่อว่ามือกลองหลายต่อหลายคนย่อมอยากมีกลองไว้สำหรับซ้อมด้วยตนเอง ซึ่งกลองนั้นถือเป็นเครื่องดนตรีที่มีอุปสรรคที่สุดยามซ้อมคนเดียว เพราะเสียงของมันนั้นดังทะลุไปถึงบ้านอื่นได้ง่ายๆ เสี่ยงต่อการโดนด่า จะไปซ้อมที่ห้องซ้อมก็ต้องเสียตังแพงๆเพื่อซ้อมคนเดียวอีก

ทำให้หลายคนเริ่มมองหากลองไว้ใช้ส่วนตัว แต่ทีนี้ก็มาเกิดคำถามขึ้นอีกว่า ปัจจุบันนั้นมีกลองหลายแบบไม่ว่าจะเป็นกลองไฟฟ้า กลองชุด รวมถึงกลองแพด เราจะใช้รุ่นไหนดี วันนี้ จะขอพาไปเปรียบเทียบกันจะๆไปเลย

เสียง
เริ่มกันที่เรื่องเสียง ขอบอกเลยว่ากลองชุดนั้นถ้าไม่มีห้องเก็บเสียงดีๆ ไม่ควรซื้ออย่างยิ่ง เพราะตีทีดังไปทั้งหมู่บ้าน รู้กันหมดว่าเราเล่นเพลงอะไร ตรงนี้กลองไฟฟ้าและกลองแพดจะได้เปรียบกว่าในเรื่องเก็บเสียง แต่ถ้าเทียบด้านซาวด์กันจะๆแล้ว “ไม่มีกลองไฟฟ้ายี่ห้อไหนที่ทำเสียงกลองชุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ” จำคำนี้ไวได้เลยครับ ซาวด์ดิบๆของกลองชุดนี่แหละที่เข้าถึงกลุ่มคนฟังได้อย่างดีโดยเฉพาะชาวร็อค ไม่อย่างนั้นจะมีกลองชุดไว้ทำไม กลองชุดจึงเป็นที่นิยมในการทำเพลงในห้องอัดมากกว่า ถ้าเรื่องซาวด์แล้วต้องให้คะแนนกลองชุดนำไปก่อน
กลองชุด – 10

กลองไฟฟ้า – 8

ความเอนกประสงค์
ตรงนี้คือจุดเด่นของกลองไฟฟ้ากันเลยไม่ว่าจะเป็นกลองแบบแพดหรือแบบเซ็ท เพราะนอกจากจะทำเสียงกลองแล้ว ปัจจุบันกลองไฟฟ้ายังมีรูปแบบการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ให้โปรแกรมต่างๆทำเพลงได้ง่าย จะแก้เสียงเพิ่มเสียงก็ใส่กันสดๆไม่ต้องอัดใหม่ ไหนจะกดปุ่มเดียวปรับหนังหน้ากลองได้ทันทีอีกด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มซาวด์แบ็คอัพอื่นๆรวมถึงตั้งเสียงเก็บไว้ได้ มีเอฟเฟคให้อีกด้วยนะเออ ถ้าเทียบเรื่องการใช้งานแบบเอนกประสงค์แล้ว กลองไฟฟ้าทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น ตรงนี้ต้องยกให้เค้าไปเลยล่ะ ตีตื้นกลองชุดขึ้นมาได้ที่ 1-1

กลองชุด – 7

กลองไฟฟ้า – 10

ค่าใช้จ่าย
ตรงนี้มือกลองหลายคนอาจเข้าใจว่ากลองไฟฟ้าใช้งบที่ประหยัดกว่า แต่ทางเราขอเสนอมุมมองในทางกลับกันว่ากลองชุดนั่นแหละที่ประหยัดกว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มต้นที่กลองไฟฟ้าต้องซื้อมาแบบยกเซ็ท ต่างจากกลองชุดที่สามารถเริ่มสะสมได้ทีละชิ้นจนกว่าจะได้เซ็ทกลองที่ต้องการ ตัวกลองไฟฟฟ้านั้นหากจะเพิ่มชิ้นกลองสามารถทำได้ไม่เกินที่กำหนดเท่านั้น เช่นกลองรุ่นนึงจะรองรับทอมแค่ 4 ใบ ถ้าจะเอา 5 ใบคุณต้องเปลี่ยนรุ่น ไหนจะเวลาเกิดปัญหาของเสียอีก กลองไฟฟ้านี่ซ่อมทีซ่อมทั้งชุดนะครับ แต่กลองธรรมดาสามารถเปลี่ยนอะไหล่กันแบบชิ้นต่อชิ้นสบายๆ
กลองชุด – 9

กลองไฟฟ้า – 8

การดูแลรักษา
ตรงจุดนี้ถือว่าพอๆกัน เพราะต่างเป็นชุดกลองที่ต้องใช้พื้นที่และต้องเจอการตีกระทบทุกวัน แม้ว่ากลองชุดจะสามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้ แต่ตัวกลองไฟฟ้ารุ่นดีๆก็ถือว่าพังยากเช่นเดียวกัน และกลองไฟฟ้ายังได้เปรียบตรงที่พื้นผิวเป็นยาง ทำให้ไม่เกิดการสึกหรอเวลากระทบกับไม้กลองเท่ากับหนังแท้อย่างกลองชุด ถ้าวัดอายุการใช้งานแล้วกลองไฟฟ้าเหลื่อมอยู่นิดๆ แต่สุดท้ายเชื่อว่าขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นๆว่าจะดูแลยังไงมากกว่า ถ้าดูแลไม่ดีไม่ค่อยรักษา ไม่ว่ากลองชนิดไหนก็พังไวทั้งสิ้น ดังนั้นหากมือกลองจะซื้อกลองอย่าลืมตรงจุดนี้ด้วย
กลองชุด – 9

กลองไฟฟ้า – 9

ความเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน
นี่คือข้อสำคัญอย่างที่เกริ่นไปตอนแรก เพราะกลองชุดนั้นไม่สามารถเบาแอมป์ได้แบบกีต้าร์หรือเบส สร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้ายได้ง่ายมาก ถ้าที่พักอาศัยของคุณเป็นตึกแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ที่ติดกับเพื่อนบ้านแนะนำเป็นกลองไฟฟ้าจะดีกว่า เพราะไม่ต้องเปิดเสียงมากก็ซ้อมได้สบายๆ ให้สัมผัสที่คล้ายกลองจริงอยู่มาก (ดีกว่าไปซ้อมตีหมอน) และข้อนี้แหละเป็นสาเหตุสำคัญเลยทีทำให้กลองไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันจนแซงหน้ากลองชุดไปพอสมควร
กลองชุด – 5

กลองไฟฟ้า – 9

สรุปคะแนน กลองชุด – 40
สรุปคะแนนกลองไฟฟ้า – 44

เรียกว่าเฉือนกันไปไม่มากสำหรับกลองไฟฟ้า ที่เห็นได้ชัดเลยคือเรื่องความสะดวกสบายตามเทคโนโลยีต่างๆและขจัดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนอันเป็นจุดด้อยกลองชุดได้ดี แต่สุดท้ายแล้วซาวด์อันเป็นเอกลักศณ์ของกลองชุดก็ยังได้รับความนิยมมากอยู่ดี

ดูได้จากการใช้งานในห้องซ้อม หรือการอัดเพลงที่ยังคงนิยมกลองชุดกันทั้งหมด ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของผู้ใช้ว่ามีการเก็บเสียงที่ดีแค่ไหน เอาไปใช้งานในรูปแบบใด ถ้ามือกลองมั่นใจว่าสามารถเก็บเสียงได้ดีพอ หรืออาจจะเป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ ก็แนะนำเป็นกลองชุดไปจะดีกว่า ได้ฟิวส์ในการตีกว่ากันเยอะ