ปิ๊กอัพ Single Coil และ Humbucker

ปิ๊กอัพ Single Coil และ Humbucker
ปิ๊กอัพ Single Coil และ Humbucker
ปิ๊กอัพ Single Coil และ Humbucker

ปิ๊กอัพ Single Coil และ Humbucker การเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าแต่ละตัวจะมีหลายปัจจัยให้นักดนตรีได้พินิจพิเคราะห์กับก่อนที่จะตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปทรงกีต้าร์ ยี่ห้อ หรือราคา และส่วนหนึ่งที่ถือว่าสำคัญไม่แพ้ที่กล่าวมาคือปิ๊กอัพซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อเสียงของกีต้าร์ไฟฟ้านั้นๆ

ซึ่งหลักๆขอปิ๊กอัพก็จะมีสองแบบคือ Single-Coil ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Fender และ Humbuckers ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Gibson ซึ่งหลายๆคนอาจจะอยากรู้ว่าปิ๊กอัพของสองค่ายแบรนด์ดังนั้นแตกต่างกันอย่างไร วันนี้จะพาไปรู้จักกับเจ้าปิ๊กอัพสองตัวนี้กันแบบคร่าวๆ

Single-Coil
ปิ๊กอัพชนิดนี้จะมีแม่เหล็กเป็นแกนกลางพันด้วยขดลวด หรือที่เรียกว่า Coil ซึ่งเป็นปิ๊กอัพแบบมาตรฐานกีต้าร์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม เมื่อสายกีต้าร์มีความสั่น แรงสั่นนี้ก็จะไปกระทบสัญญาณแม่เหล็กทำให้ส่งสัญญาณเสียงออกมาเป็นภาคไฟฟ้า แต่การที่มีแม่เหล็กแค่อันเดียวเป็นแกนทำให้แรงสั่นของสัญญาณค่อนข้างเบากว่าแบบ Humbuckers

ดังนั้นย่านเสียงที่ออกมาจึงค่อนข้างเป็นย่านกลางและซาวด์ไม่พุ่งสักเท่าไหร่ แต่ข้อดีของปิ๊กอัพชนิดนี้คือสามารถเอาไปปรับแต่งกันได้เพราะเป็นตัวพื้นฐานอยู่แล้ว อีกทั้งด้วยย่านเสียงที่ค่อนข้างมาทางสายกลางทำให้ค่อนข้างตอบโจทย์ดนตรีทุกแนว ปิ๊กอัพแบบนี้จึงเป็นแบบที่มือกีต้าร์นิยมมากที่สุด

จุดเด่นหลักๆของ Single-Coil คือมีอยู่ในกีต้าร์แทบทุกรุ่นจึงถือเป็นปิ๊กอัพสแตนดาร์ดของมือกีต้าร์ ซึ่งเวลามีปัญหาหรือต้องการเปลี่ยน,ซ่อมจะทำได้ค่อนข้างง่าย และกีต้าร์ทรงที่นิยมใช้ Single-Coil ส่วนมากจะเป็นทรง Stratocaster ไม่ว่าจะเป็นค่ายหลักอย่าง Fender หรือกีต้าร์แบรนด์ล่างต่างๆ

ทำให้ผู้ใช้ปิ๊กอัพแบบนี้จะได้กีต้าร์ที่มีน้ำหนักเบาถือและสะพายสบาย นอกจากนี้แล้ว”ย่านเสียงที่กว้าง”คือจุดเด่นของ Single-Coil มากที่สุด เพราะถ้าเป็นทรง Strat จะสามารถวางปิ๊กอัพชนิดนี้ได้ถึง 3 ตัว (แตกต่างจากทรง Tele ที่วางแค่ 2 ตัว) และมีสวิทช์ปิ๊กอัพถึง 5 ทางทำให้มือกีต้าร์เลือกปรับซาวด์เอาตามใจชอบสามารถให้หนาหรือบางแค่ไหนก็ได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างเอนกประสงค์เหมาะสำหรับมือใหม่และเล่นได้ทุกแนวเพลง

Humbuckers
ปิ๊กอัพชนิดนี้ถูกพัฒนามาจาก Single-Coil โดยนาย Les Paul ผู้ผลิตกีต้าร์เลสพอลให้กับ Gibson ผู้โด่งดัง ซึ่งแต่เดิมนี้ทาง Gibson ต้องการซาวด์ที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำกับทาง Fender เพื่อเป็นจุดขาย นาย Les Paul จึงใช้หัวเข็มที่ติดอยู่บนเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาเป็นตัวทดลอง ต่อมาได้รับความนิยมจึงคิดค้นปิ๊กอัพที่ให้เสียงคล้ายกับหัวเข็มคือการนำเอาแม่เหล็ก 2 อันมาพันขดลวด

หรือที่เรียกว่า Double-Coil แต่ขั้วแม่เหล็กจะสลับบนล่างตามกระแส ทำให้เสียงมีความ”โก่ง”หรือที่เรียกว่า Bucking ซาวด์ของปิ๊กอัพแบบนี้จึงออกมาแบบบวมๆหรือเสียงหนาตามสไตล์แม่เหล็กของปิ๊กอัพ แต่เป็นที่ชื่นชอบของมือกีต้าร์แทบทั่วโลกจนเป็นซิกเนเจอร์ของทาง Gibson ไปแล้ว

ปิ๊กอัพชนิดนี้อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าให้เสียงค่อนข้างหนา ดังนั้นจึงเป็นปิ๊กอัพสำหรับผู้ที่ชื่นชอบซาวด์เฉพาะทาง แต่ก็มีนักดนตรีหลายคนประยุกต์ใช้เข้ากับดนตรีแทบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นแจ๊ส ร็อค บลูส์ หรือคลาสสิค เนื่องจากซาวด์ลักษณะฮัมบัคเกอร์นั้นแทบไม่เปลี่ยนจากยุคที่คุณปู่ Les Paul ประดิษฐ์ออกมาในปี 1941 เลยแม้แต่น้อย (อาจจะมีปิ๊กอัพรุ่นใหม่มาบ้างแต่จะเน้นรักษาเอกลักษณ์เสียงแบบเดิมไว้)

ทำให้หากคุณชื่นชอบที่จะเล่นเพลงวินเทจอย่าง Bettles หรือ เพลงที่ซาวด์แบบอังกฤษแท้ๆหรืออเมริกันโบราณยังไงปิ๊กอัพแบบนี้ก็ให้เสียงคล้ายคลึงกว่า อีกทั้งซาวด์ที่ออกมาหนาทำให้เสียงมีความ”เข้ม”และมีมิติมากกว่าแบบ Coil เดียว นักดนตรีหลายคนจึงมีความเห็นว่า Humbuckers เล่นได้เข้าถึงอารมณ์เพลงมากกว่า

Single Coil vs Humbucker
เมื่อรู้จักปิ๊กอัพสองชนิดกันแบบคร่าวๆแล้ว หลายคนก็อาจมีคำถามว่า อ้าว แล้วข้อดีข้อเสียของแต่ละปิ๊กอัพมันเป็นอย่างไร หรือแบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งตรงนี้ต้องบอกเลยว่าการเลือกใช้งานของปิ๊กอัพแต่ละแบบนั้นขึ้นอยู่กับความชอบและมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป

บางคนอาจจะชอบเสียงหนาแบบฉบับ Humbucker หรือบางคนอาจชอบย่านเสียงกว้างของ Single-Coil นอกจากนี้แล้วยังมีแนวดนตรีที่เล่นซึ่งต้องเลือกใช้กีต้าร์ให้เหมาะกับดนตรีนั้นๆอีกด้วย แต่วันนี้เราจะมาบอกจุดเด่นของทั้งสองปิ๊กอัพกันสักเล็กน้อยเพื่อเป็นแนวทางให้มือใหม่ได้เลือกซื้อกีต้าร์หรือได้รู้จักปิ๊กอัพที่เหมาะสมกับตนเอง

ถึงตรงนี้เพื่อนๆก็คงรู้จักกับปิ๊กอัพทั้งสองชนิดนี้กันดีพอสมควรไปแล้ว ซึ่งการเลือกปิ๊กอัพนั้นคงบอกไม่ได้ว่าแบบไหนดีกว่ากันเพราะแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นนักดนตรีจึงต้องเป็นคนตัดสินใจให้เหมาะสมกับแนวทางการเล่นของตนเอง

รวมไปถึงความรักในซาวด์ดนตรีประเภทนั้นๆอีกด้วย เพราะปัจจุบันก็มีปิ๊กอัพหลายยี่ห้อมาให้เลือกใช้ซึ่งซาวด์ก็จะค่อนข้างโมเดิร์นตามยุคสมัย หากใครต้องการเสียงที่สมัยใหม่หน่อยคงต้องไปศึกษาเรื่องเสียงของปิ๊กอัพเพิ่มเติม แต่ปกติแล้วก็จะไม่หนีไปจากสองรูปแบบนี้