เลือกซื้อเบส 4 สาย 5 สาย

เลือกซื้อเบส 4 สาย 5 สาย
เลือกซื้อเบส 4 สาย 5 สาย
เลือกซื้อเบส 4 สาย 5 สาย

เลือกซื้อเบส 4 สาย 5 สาย เบสไฟฟ้าถือเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงเฉพาะอย่างมากเพราะอยู่ในย่านเสียงต่ำที่ให้ความนุ่มและลึก เบสที่อยู่ในเพลงต่างๆ มักจะถูกซ่อน

สำหรับคนที่เริ่มต้นฟังเพลงหรือเริ่มเล่นดนตรีอาจจะฟังไม่ออกด้วยซ้ำว่าเสียงของเบสไฟฟ้าอยู่ตรงไหน คืออะไร เพราะเสียงที่อยู่ตรงกลางระหว่างจังหวะและคอร์ดอาจจะทำให้รับรู้ได้ยาก แต่ถ้าฝึกฟังไปซักพักแล้วก็จะคุ้นเคยไปเอง

ด้วยความที่เบสไฟฟ้ามีย่านเสียงเฉพาะตัวทำให้มีความไพเราะในรูปแบบของตัวเอง และถ้าเมื่อใครติดใจในเสน่ห์ของย่านเสียงเหล่านี้แล้วก็จะถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

4 สาย หรือ 5 สาย ดีกว่ากัน แตกต่างกันมากไหม ?
โดยแรกเริ่มเบสไฟฟ้าเป็นเครื่องดนตรีที่มีเพียง 4 สายเท่านั้น เพราะถูกปรับมาจาก Double Bass นั้นเอง ซึ่งในช่วงแรกนั้นเบสไฟฟ้า 4 สายก็ถือว่ามีความเพียงพอต่อย่านเสียงต่ำที่ต้องการแล้ว

แต่แล้วในช่วงปี 70’s-80’s นั้นก็ได้มีการให้กำเนิดเบสไฟฟ้า 5 สาย และ 6 สายขึ้นมาเพราะในช่วงเวลานั้นมีมือเบสหลายคนที่ทำให้เห็นว่าเบสนั้นไม่ใช้เครื่องดนตรีที่ให้เพียงจังหวะเท่านั้นยังสามารถนำมาโซโล่ได้อีกด้วย

และยิ่งไปกว่านั้นในช่วงสมัยนั้นคอมพิวเตอร์เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในวงการดนตรี สามารถสร้างเสียงได้ในทุกๆย่านเสียง ทำให้เบสไฟฟ้านั้นมีการปรับตัว โดยการเพิ่มสายเพื่อให้ได้ย่านเสียงที่มากขึ้นนั้นเอง

สายที่เพิ่มขึ้นมา มีข้อดีกับข้อเสียอะไรบ้าง

หลังจากพอทราบกันไปคร่าวๆแล้วว่า เบสไฟฟ้า ทำไมถูกเพิ่มมาจาก 4 สายและเพิ่มขึ้นมาเป็น 5 และ 6 สายในเวลาต่อมา ลองมาดูกันว่าสายที่เพิ่มขึ้นมานั้นมีหน้าที่อะไรและช่วยอะไรบ้าง ในส่วนของสายที่ 5 นั้น จะเพิ่มสายเสียงต่ำทำให้เบสนั้นมีเสียงที่ต่ำมากขึ้นไปอีก และสายที่6นั้นจะเพิ่มสายล่างหรือเสียงสูงขึ้นไปให้เบสนั้นเอง

ข้อดีของการเพิ่มสาย คือ

ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งมือไปมาบนคอบ่อยๆ
ทำให้มีย่านเสียงที่กว้างขึ้นนั้นเอง

ส่วนข้อเสียนั้นก็ คือ

ทำให้คอนั้นกว้างขึ้นและเล่นยากขึ้น หลายคนอาจจะมองว่าคอนั้นเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตรแต่หารู้ไม่ว่าทำให้เล่นยากขึ้นอีกไม่น้อยเลยทีเดียว อาจจะทำให้มือใหม่เล่นได้ไม่สะดวก ยิ่งไปกว่านั้นสายที่เพิ่มขึ้นหมายถึงตัวโน้ตบนคอที่มากขึ้นอีกด้วย ทำให้เวลาเล่นหมายความว่าต้องมีสายที่ไม่ได้เล่นเพิ่มขึ้นอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดขณะเล่นได้มากขึ้นอีกด้วย เพื่อทดแทนกับเสียงที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง
รวมถึงน้ำหนักของตัวเบสที่เพิ่มมาอีกด้วยการที่ผู้เล่นมือใหม่ต้องถือเครื่องดนตรีที่มีน้ำหนักมากๆเป็นเวลานานๆ ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ฝึกซ้อมได้นานอีกด้วย
“ ดังนั้น สายที่เพิ่มขึ้นหมายถึงความซับซ้อนที่มากขึ้นนั่นเอง ”

หลายคนคงจะเริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้สำหรับมือใหม่ เบส 4 สายจะเหมาะกว่ามั้ย ซึ่งนั้นก็ คือคำตอบที่ถูกต้องแล้ว สำหรับมือใหม่แล้ว การเลือกซื้อเบสไฟฟ้า ซักตัว เบส 4 สายนั้นดูจะเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับผู้เริ่มเล่น เพราะสายที่เพิ่มขึ้นหมายถึงความซับซ้อนที่มากขึ้น และจริงๆแล้ว เบส 4 สาย ก็เพียงพอที่จะให้เราเล่นเพลงได้ครบแทบจะทุกเพลงอยู่แล้ว

เพราะเราสามารถทดแทนเสียงที่เพิ่มขึ้นมาด้วยการตั้งสายในแบบต่างๆ เพื่อทดแทนสายที่เพิ่มขึ้นมานั้นเอง ซึ่งจะไว้อธิบายในบทความต่อๆไป ว่าเราสามารถทดแทนเสียงเหล่านั้นได้อย่างไร

ดังนั้น สำหรับมือใหม่คงได้คำตอบกันแล้วว่าทำไมเบสตัวแรกควรจะต้องเป็นเบส 4 สายก่อน

และหลายคนอาจจะมีคำถามต่อมาอีกว่าแล้วเราสามารถเพิ่มสายเองได้มั้ย คำตอบคือ ไม่ได้ต้องซื้อเบสตัวใหม่สถานเดียว แต่เราสามารถตั้งสายเพื่อให้ทดแทนได้

มือใหม่หลายคนอาจจะยังมีคำถามอีกว่าแล้วเบสที่มีสายเพิ่มขึ้นมาละ ควรจะใช้เมื่อไหร่และเมื่อไหร่ถึงควรจะมีเบสที่มากกว่า 4 สาย คำตอบคือเมื่อเราสามารถเล่นเบส 4 สายได้คล่องแล้วนั้นเอง และเมื่อแนวเพลงที่เล่นต้องการเสียงจากสายที่เพิ่มขึ้นมาจริงๆ และการตั้งสายไม่สามารถทดแทนการเล่นเหล่านั้นได้

อย่างเช่นแนวเมทัลหรือแจ๊ส ซึ่งอาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้สายที่เพิ่มขึ้นมาจริงๆ ซึ่งกว่ามือใหม่จะไปถึงจุดนั้น เชื่อว่าหลายคนคงไม่ใช่มือใหม่อีกแล้ว และมีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมที่จะใช้เบสไฟฟ้า 5 หรือ 6 สายกันได้แล้วนั่นเอง

ข้อสรุปสำหรับ การเลือกซื้อเบส สำหรับมือใหม่
ดังนั้นจึงขอสรุปว่า สำหรับผู้เริ่มต้นแล้วเบสไฟฟ้าที่มีความเหมาะสมสำหรับการเริ่มหัดนั้นก็คือ เบส 4 สายอย่างแน่นอน เบสที่มีมากกว่า 4 สาย ยังไม่มีความจำเป็นเพราะจะซับซ้อนมากเกินไปและยังทำให้ไม่สะดวกกับการเล่นอีกด้วย และเบส 4 สายก็มีความพอเพียงในการเล่นบทเพลงทั่วๆไปแล้วนั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถทดแทนได้ด้วยการตั้งสายแบบต่างๆ อีกด้วย